Saturday, July 16, 2016

ติดตั้ง Android x86 บน Windows 10 Hyper-V ไว้ทดสอบ MDM Solution

 

วันนี้มีของเล่นใหม่มานำเสนอ สำหรับชาว MDM ทั้งหลายที่ไม่ต้องการเอา มือถือของเราเองมาเสี่ยงในการทดสอบ MDM เรื่องการทำ Remote wipe หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ค่อนข้างจะเสี่ยงเมื่อเอามือถือจริงๆ มาทดสอบ หรือใครมี smart phone หลายเครื่องก็โชคดีไป

 

วันนี้มาดูว่าเรามีของเล่นอะไรมาอับเดตให้เราชาว ITPro ไว้เล่นกันบ้างนะครับ

วันนี้เราจะจับเอา Android มารันบน Hyper-V !!!!

ใช่ครับคุณอ่านไม่ผิด จับเอา Android มาทำงานบน Hyper-V อยากลองกันแล้วใช่ไหมละ ไปหาโหลดของเล่นมากันก่อนเลยจากเว็บนี้ www.android-x86.org

หลังจากได้ของเล่นมาแล้ว มาดูวิธีการสร้าง VM บน Windows 10 Hyper-V กันครับ

1. สร้าง VM Gen1 โดยกำหนด Disk = 8GB, Ram=1GB, NIC เชื่อมต่อกับ External network (ทีมี DHCP แจก ip ให้นะครับถ้าไม่มีก็ต้องออกแรง fix ip บน android กันนิดนึง)

image

image

image

image

image

image

image

 

2. หลังจากเตรียม VM เรียบร้อยแล้วก็เปิดเครื่องเตรียมติดตั้งของเล่นกันได้เลย

image

ขั้นตอนแรก เข้าไปเตรียม Disk ที่ใช้ติดตั้งกันก่อนด้วยนะครับ หลายๆ เว็บที่พยายามติดตั้ง Android-x86 ตกม้าตายเพราะเรื่องการเตรียม Disk นี้แหละครับ แล้วบอกว่า software ไม่ work บ้างอะไรบ้าง อะอะ ไปดูวิธีติดตั้งที่มันได้ผลกันดีกว่า

image

image

image

image

partition แรกเตรียมพื้นที่ 100MB สำหรับ /boot  (เริ่มที่ 2048 ตามค่า default)

Size in sectors ระบุไปที่ 100M

image

image

image

ได้ partition แรกมาแล้วสำหรับ /boot

image

สร้าง partition ที่สองต่อเลย

image

เคาะ enter ไปเลยสามที ตามค่า default

image

image

เสร็จแล้ว write สิ่งที่ทำไปด้วยนะครับ

image

image

write เสร้จแล้วก็ Quit ออกจากหน้าจอเตรียม Disk ได้เลยครับ

image

เลือกติดตั้ง Android ลงใน sda2 นะครับที่มีขนาดพื้นที่เหลืออยู่ประมาณ 7.9GB โดยประมาณ

image

image

image

image

image

image

image

image

image

สั่ง Reboot แล้ว Eject แผ่นติดตั้งออกได้เลยครับ

image

แท่นนน แท๋นนน มี Android ใช้งานบน Hyper-V ไว้เทสกันแล้ว

image

image

image

หน้า Wizard Select Wi-Fi ให้คลิ๊ก Skip ข้ามไปเลยนะครับ (NIC ที่ต่อกับ External network จะทำตัวเหมือน Mobile Cell data อารมย์เหมือนต่อ 3G ประมาณนั้น)

image

image

 

ได้ Android ที่ทำงานบน Hyper-V ไว้ทดลองกันแล้วครับ จอบอ.

Monday, May 9, 2016

Enable Nested Virtualization บน Windows Server 2016 Technical Preview 5

 

หลังจากได้ทดลองเล่น Windows Server 2016 ตั้งแต่ TP3 มาก็ยังไม่มีโอกาศได้ทดสอบ feature nested virtualization ของ Hyper-V สักที วันนี้พอมีเวลาว่างๆ ก็มานั่งอับเดตข้อมูลตรงนี้ให้กับผู้ที่ยังไม่รู้จัก feature นี้แหละผู้ที่ต้องการอยากจะทดลองใช้งาน feature นี้ดูก็นำไปลองใช้งานกันดูได้ครับ

เข้าเรื่องเลยละกัน !!!

nested virtualization คืออะไรตอบอย่างง่ายๆ คือ รัน hyper-v ซ้อน hyper-v อธิบายตรงตัวสุดๆ ละ แล้วเจ้า nested virtualization มีเอาไว้ทำไม?

อันนี้วัตถุประสงค์แบบชัดเจนเลยคงไม่ตายตัวครับสามารถตอบได้หลายๆ เหตุผลครับ อย่างแรกเลยคือ เพื่อให้ท่านๆ ทั้งหลายสามารถทดสอบ การทำงานเกี่ยวกับ Hyper-V เองโดยไม่ต้องมี Physical Server หลายๆเครื่องเพื่อให้สามารถทดสอบ feature & function การทำงานแบบ HA หรือ Replica บลาๆๆ นู้นนี้นั้น ก็ตามแต่ หรือบางท่านอาจจะอยากทดสอบ Virtualization Management software ก็คร่าวนี้แหละ ได้ลองเล่นได้สมดังใจหวัง โดยใช้ Server เพียงตัวเดียวเท่านั้นครับ

 

ข้อกำหนดการใช้งานพื้นฐานของ nested virtualization มีอะไรบ้าง (As is TP5)

1. VM ต้องกำหนด memory allocate เป็นแบบ fix memory เท่านั้นไม่รองรับ dynamic memory และมีขนาด memory ขั้นต่ำที่ 4 GB

2. nested virtualization นี้จำเป็นจะต้องใช้งาน feature Intel-VT ณ ตอนนี้รองรับแค่ Intel-VT (แต่ยังไม่ confirm 100% ว่า AMD-V จะรองรับหรือไม่ในเวอร์ชั่นจริง)

3. Hypervisor version(Physical Host และ VM ที่จะติดตั้ง Hyper-V) จะต้องมี Build version ขั้นต่ำที่ 10565 ขึ้นไป

 

สิ่งที่ต้องทราบก่อนทำการใช้งาน nested virtualization (Know Issue)

1. Host ที่เปิดใช้งาน feature Device Guard จะไม่สามารถ enable expose virtualization extensions ไปยัง VM ได้

2. Host ที่เปิดใช้งาน feature Virtulization Based Security (VBS) จะไม่สามารถ enable expose virtualization extensions ไปยัง VM ได้

3. เมื่อ enable expose virtualization extensions ไปที่ VM แล้วจะไม่สามารถใช้งาน feature เหล่านี้ได้บน VM

- Dynamic memory

- Runtime memory resize will fail

- Checkpoint (Snapshot)

- Live Migration

- Save State/Restore State

4. หลังจาก enable expose virtualization extensions แล้ว MAC spoofing จำเป็นจะต้อง enable ด้วยเพื่อให้ network สามารถใช้งานได้สำหรับ VM Guest

 

ขั้นตอนการ enable nested virtualization

1. Host ติดตั้ง TP5 และ VM ที่จะติดตั้ง Hyper-V ก็ติดตั้ง TP5 ด้วยเช่นกัน

2. เปิด windows powershell (Run as administrator) แล้วรันคำสั่งนี้เพื่อ enable expose virtulization (**มั่นใจว่า VM Shutdown อยู่ก่อนรันคำสั่ง)

[PS] Set-VMProcessor –VMName ‘vmName’ -ExposeVirtualizationExtensions $true

image

3. fix memory และกำหนดค่าขั้นต่ำที่ 4GB (RAM ของ Host ใครเยอะๆก็จัดไปตามอำเภอใจครับ)

4. enable MAC Spoofing ของเครื่อง VM Guest ที่จะติดตั้ง Hyper-V

5. จากนั้นก็ Start VM ขึ้นมาแล้วก็ติดตั้ง Hyper-V Role ได้เลยครับ

image

image

หลังจากติดตั้ง Hyper-V ใน VM Guest แล้วก็ลองทดสอบสร้าง VM Guest ซ้อน Guest เข้าไปอีกหนึ่ง Guest แล้วทอสอบรัน VM Guest ดูว่าได้หรือไม่?

image

 

สำหรับบทความนี้ก็ขอจบการนำเสนอ nested virtualization ไปเพียงเท่านี้ครับผม

ไว้พบกันบทความหน้าครับ

Friday, March 13, 2015

อะไรคือ Azure Active Directory

เริ่มมีลูกค้าให้ความสนใจเกี่ยวกับ Azure Active Directory มากขึ้นก็เลยอยากจะเอาเรื่องราวเกี่ยวกับ Azure Active Directory มาอับเดตให้เหล่า IT Pro ทุกท่านได้อ่านหาความรู้กันครับ

Azure Active Directory คืออะไร? / อะไรคือ Azure Active Directory?

Azure Active Directory คือบริการที่ครอบคลุมในเรื่องของการพิสูจน์ตัวตนและการบริหารจัดการการเข้าถึงข้อมูลและหรือ application ที่เกี่ยวข้องบน Cloud

Azure Active Directory แบ่งเป็นกี่ Edition?

หลักๆ บริการของ Azure Active Directory จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้

Free – ด้วย Azure Active Directory Free Edition เราสามารถใช้บริหารจัดการ user account, AD Synchronization (with on-premise directory) , การทำ Single Sign-On บน Azure Service ต่างๆ , Office 365 และ SaaS application อีกเป็น พันๆ (1,000 กว่า) apppliction service เช่น Salesforce, Workday, Concur, Docusign, Google Apps, Box, ServiceNow, Dropbox และอื่นๆ อีกมากมาย

Basic – ด้วย Azure Active Directory Basic Edition ครอบคลุมความสามารถและคุณสมบัติของตัว Free Edition เพิ่มคุณสมบัติในส่วนของ Self-Service Identity management , Group-based access management, Self-Service password reset, AAD application proxy, Customizable environment cloud applications และที่สำคัญ SLA 99.9% uptime guaranty  (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

Premium – ด้วย Azure Active Directory Premium Edition ครอบคลุมความสามารถและคุณสมบัติของตัว Free และ Basic เพิ่มคุณสมบัติในส่วนของ enterprise-level identity management capabilities (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนของ feature)

 

เราสามารถจำแนก Feature ของ Basic และ Premium ออกมาได้ตามนี้

Features in Azure Active Directory Basic

- Company branding เราสามารถแปะโลโก้และปรับแต่งรูปแบบสีสันในส่วนของหน้า Sign-In และ Access Panel pages

- Group-based application access เราสามารถใช้ group ที่สร้างขึ้นมาเพื่อกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึง cloud application

- Self-service password reset ผู้ใช้งานสามารถที่จะเข้าไป reset password ตัวเองเหมือนตอนใช้งาน Office 365

- Enterprise SLA 99.9% การันตี uptimes 99.9%

- Azure Active Directory Application proxy application ภายในพิสูจน์ตัวตนไปยัง Azure Active Directory ด้วย AAD Application proxy

 

Features in Azure Active Directory Premium

- Self-service group management users สามารถที่จะสร้าง groups, user ร้องขอเป็นสมาชิกของ groups, แต่งตั้ง group ownership ในการ approve requests และบริหารจัดการ สมาชิกภายใน groups

- Advanced security reports and alerts ช่วยในการวิเคราะห์และเฝ้าระวังป้องกันในส่วนของ application บน cloud เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการเข้าถึงด้วยวิธีการผิดปกติ

- Multi-Factor Authentication ช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยในการเข้าถึง aplication บน cloud ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

- Microsoft Identity Manager (MIM) เราสามารถใช้ MIM server (และ CALs) ได้อย่างถูกต้องในองค์กร (on-premise) ในการรองรับการทำ Hybrid identity solutions

- Enterprise SLA 99.9% การันตี uptimes 99.9%

- Azure Active Directory Application proxy application ภายในพิสูจน์ตัวตนไปยัง Azure Active Directory ด้วย AAD Application proxy

- Password reset with write-back ผู้ใช้งานสามารถ reset password บน cloud ได้เองและทำการ sync password กลับไปยัง on-premise directory ได้ด้วย

 

เพียงพอที่จะเห็นรายละเอียดเกี่ยวกับ Azure Active Directory กันมากขึ้นนะครับ

ลิงค์ข้อมูลอ้างอิง https://msdn.microsoft.com/en-us/library/azure/dn532272.aspx

Saturday, January 10, 2015

อับโหลด VHD ขึ้น Microsoft Azure

กลับมาอีกแล้วครับผม กับวันนี้ผมมีบทความเกี่ยวกับ Microsoft Azure มาอับเดตให้กับชาว IT Pro ทุกท่านที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับ Microsoft Cloud กันครับ

บทความรอบนี้ผมนำเสนอถึงวิธีการที่เราจะอับโหลด file VHD (Microsoft Azure รองรับ format .vhd เท่านั้น ใครใช้เป็น .vhdx ก็ต้อง convert เป็น .vhd ก่อนที่จะอับโหลดขึ้น Microsoft Azure และกรณี .vhd ที่จะอับโหลดติดตั้งเป็น Windows Server ก็ต้องเป็น Windows Server 2008 R2 ขึ้นไปเป็นอย่างน้อย ไม่รวม OS อื่นๆ เช่น linux หรือที่ Azure รองรับ) เพื่อนำไปใช้งานบน Microsoft Azure และไปรัน vm นั้นๆ บน Microsoft Azure แทน (อืมน่าสนใจ)   Concept คร่าวๆ ก็จะประมาณนี้

 

ที่นี้เรามาดูว่าก่อนจะอับโหลด vhd ได้เราต้องมีของอะไรบ้างในเครื่องที่จะอับโหลด VHD กัน

อันดับแรก. เครื่องต้องติดตั้ง Microsoft Azure Powershell   (Link Download)

image

 

อันดับสอง Microsoft Azure Subscription  (สมัครใช้งาน Microsoft Azure นั้นเอง  (และทำการสร้าง Azure Storage Account เตรียมไว้ก่อนเลย))

จากนั้น Tool ที่ผมจะแนะนำเพื่อใช้ในการ upload vhd ไปยัง Azure Storage นั้นก็คือ Azure Storage Explorer ซึ่ง Tool ตัวนี้เป็น GUI ที่สามารถใช้งานไม่ยุ่งยาก

และเหมะสำหรับท่านไหนที่ไม่ถนัด Powershell ผมแนะนำตัวนี้เลยครับ ใช้งานง่ายมากๆ  (ไปดาวโหลดได้จากที่นี้ครับ https://azurestorageexplorer.codeplex.com/)

หลังจากเราทำการ Add Subscription แล้วเราจะเห็น Container ของ Storage ที่ได้จัดสรรไว้ (ในที่นี้ผมสร้าง container ชื่อ vhds เพื่อใช้สำหรับเก็บข้อมูลของ virtual hard disk ของ VM)

image

การอับโหลด vhd ขันไปยัง Azure Storage เพียงแค่คลิ๊กไปที่ upload toolbar จากนั้นก็ระบุ path ของ vhd file ที่เราต้องการอับโหลดไปยัง azure storage กันครับ

image

 

ที่นี้จะใช้เวลาอับโหลดเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับอานิสงฆ์ของ internet upload ของท่านๆ แล้วละครับ

 

เจอกันใน post หน้านะครับ :)

Saturday, August 23, 2014

Public Cloud – Microsoft Azure Web Service

พอมีเวลาว่างผมเองก็ต้องรีบมาอับเดตเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อไม่ให้ตกเทรนใหม่ๆ ว่าเค้าไปถึงไหนกันแล้ว

บทความนี้ก็เป็นอีกหนึ่งบทความที่ผมเองก็ยังคงป่วนเปี้ยนอยู่กับ Microsoft Azure อยู่นะครับ (มีอะไรให้เล่นเยอะมาก)

วันนี้ผมมาอับเดตในส่วนของ Web Service ที่เป็นบริการหนึ่งที่ทาง Microsoft Azure มีให้อยู่แล้วโดยที่ทางลูกค้าไม่ต้องไปตระเตรียมอะไรให้ยุ่งยากมากมาย

อยากสร้างเว็บ อยากเปิดเว็บร้านค้าขายของ ขายเครื่องสำอางค์ ก็คลิ๊กเมาส์ไม่กี่ที ก็มีหน้าเว็บไซต์ หน้าเว็บขายของออนไลน์ให้เป็นเจ้าของกันได้ทันที

วันนี้ผมยกตัวอย่างการสร้างเว็บ ecommerce สำเร็จรูปตัวหนึ่ง ที่นิยมกันคือ NopCommerce (เป็นลักษณะเว็บสำเร็จรูป Shopping cart, มีระบบลงทะเบียนลูกค้าอะไรต่างๆ ให้เรียบร้อย น่าใช้มากๆ)

 

เรามาดูวิธีการสร้างเว็บไซต์สไตล์ Shopping Cart แบบคลิ๊กเมาส์ไม่กี่ทีก็ได้หน้าเว็บขายของออนไลน์กันได้เลยครับ

หลังจากเรา เข้าไปที่หน้า Azure Management Portal กันแล้วก็ให้ไปที่ Web Sites เมนู

1

แล้วเลือก Create web site เพื่อเริ่มการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา (ในการสาธิตนี้ผมเลือกสร้าง ECOMMERCE –> nopCommerce เป็นตัวอย่างให้ดูนะครับ)

2

หน้าถัดมาก็จะให้เรากรอกข้อมูลต่างๆ ก็กรอกตามที่มีให้เลือก ให้กรอก

3

อีกหน้าหนึ่งที่ต้องให้กำหนดข้อมูล กรอกข้อมูล ก็ทำตามๆ ไปนะครับไม่งั้นเดียวไม่ได้หน้าเว็บไซต์ขายของ อดขายของนะครับ

(database จำเป็นต้องไปสร้างรอไว้ก่อนนะครับก็เป็นของ SQL บน Azure เหมือนกันครับ)

4

หลังจากทำการสร้างเว็บไซต์แล้วก็เข้าไปตาม URL ที่เราได้กำหนดไว้ก็จะเจอหน้าเริ่มติดตั้ง nopCommerce ครั้งแรก

5

เราก็กรอกข้อมูลตาม ข้อมูลที่เรามีนะครับ ใส่ user , password ให้ถูกไม่งั้น Connect Database ไม่ได้ (ทำครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้น)

6

ติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ลองเข้าหน้า itf-nopcommerce ดูสิหน้าตา ตัวอย่างหน้าตาเว็บขายของเป็นยังไง

7

ดูจาก Database Statistics หลังจากทำการติดตั้ง nopCommerce ใช้เนื้อที่ disk ไปประมาณ 7.92 MB (อืมประหยัดพื้นที่อยู่ ถ้ารูปเยอะๆ ก็ไม่แน่)

image

 

เป็นอย่างไรบ้างครับ การสร้างเว็บไซต์ขายของสไตล์ shopping cart ในแบบ nopCommerce ไม่อยากเลยใช่ไหมครับ

นี้แค่ตัวอย่างนะครับ ถ้าเราอยากได้รูปแบบของเว็บไซต์แบบอื่นๆ ก็สามารถเลือกจาก web site gallery ได้มากมายเลยครับ

ไม่ถูกใจก็สามารถที่จะพัฒนาขึ้นมาเองเลยก็ได้ ทาง Azure ก็ได้เตรียมเครื่องไม้เครื่องมือทำมาหากิน มาให้แบบเต็ม option แล้วครับ

 

พบกันใหม่บทความต่อไปครับ